Contact Phone: 02-152-6888, 093-139-8388

Tags

Recent news

คุณทราบไหมว่าการนวดกดจุดฝ่าเท้าช่วยบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ ได้

6 December 2013

AUTOR: admin

tags: Tags: , , , ,

comments: Comment : 1

spa3

คุณทราบไหมว่าการนวดกดจุดฝ่าเท้าช่วยบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ ได้

เช่น ระงับอาการปวดหลัง ท้องอืด หรือช่วยให้หลับสบายขึ้น วิธีบำบัดนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการศึกษาวิจัยของ Complementary Therapies in Nursing and Midwifery เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า การนวดกดจุดฝ่าเท้าช่วยให้คนร้อยละ 30 นอนหลับสบายขึ้นขณะเดียวกันยังช่วยคนร้อยละ 23 ให้หายจากอาการปวดต่างๆ ได้ ผลการวิจัยยังพบอีกด้วยว่าร้อยละ 91 ของคนที่นวดกดจุดฝ่าเท้าบอกว่าการนวดดังกล่าวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

การนวดฝ่าเท้าดีอย่างไร

ตามทฤษฎีกล่าวว่าเท้าของเราเหมือนจุดพักของร่างกาย เพราะเป็นที่รวมของจุดสิ้นสุดของเส้นปลายประสาทต่างๆ ที่วิ่งผ่านร่างกาย การนวดฝ่าเท้าคล้ายกับการฝังเข็ม เพราะเป็นการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่งโดยการใช้นิ้วมือหรือเครื่องมืออื่นๆ กด นวด กระตุ้นฝ่าเท้า รวมทั้งหลังเท้าและข้อเท้า ตามตำแหน่งพื้นที่สะท้อนอวัยวะนั้นๆ เพื่อปรับการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ให้กลับสู่สภาพสมดุลตามปกตินั่นเอง เนื่องจากมีจุดสะท้อนของอวัยวะภายในร่างกายที่ฝ่าเท้าและเท้า เช่น บริเวณนิ้วหัวแม่เท้าเป็นพื้นที่สะท้อนของศีรษะ เป็นต้น

การนวดกดจุดฝ่าเท้าจึงเป็นการช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตไปยังอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายดีขึ้นส่งผลให้มีการขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์และปรับสภาวะสมดุลของร่างกาย ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

การนวดกดจุดฝ่าเท้าเริ่มจากตรวจดูตำแหน่งที่มีปมใต้ผิวหนังบริเวณเท้า เรียกปมนี้ว่า “Crystalline” อยู่ใต้ผิวหนังลึกลงไป ถ้าอยู่ตรงตำแหน่งใดก็หมายถึงอวัยวะตามแผนผังบนฝ่าเท้านั้นมีปัญหา ซึ่งปมเหล่านี้เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บมาก แม้จะกดเบาๆ ก็ตาม การกดเพื่อรักษาจะใช้ขอบของนิ้วกดลงไปแล้วหมุนนิ้วตามเข็มนาฬิกา กดลงไปลึกๆ โดยไม่ทำให้เจ็บ แต่เน้นจุดนั้นเพียงสั้นๆ แล้วพัก

ในการนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรค ไม่ว่าจะนวดเพื่อรักษาโรคใดๆ ก็ตามจะต้องนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนของเส้นประสาทช่องท้อง (บริเวณกลางฝ่าเท้า) ก่อนทุกครั้งประมาณ 3-5 นาที เพราะจะทำให้ระบบประสาทภายในร่างกายเกิดอาการผ่อนคลายและช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นจากนั้นจึงนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนบริเวณอื่นๆ ตามต้องการต่อไประยะเวลาในการนวดกระตุ้นจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที อาจจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

จำนวนครั้งของการรักษาจะแตกต่างกันไป บางรายนวดเพียงครั้งเดียวอาการเจ็บป่วยก็อาจจะบรรเทาลงแต่บางรายอาจต้องนวดรักษาทุกวันติดต่อกันโดยทั่วๆ ไป ใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 10-12 วัน นอกจากจะนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคแล้วผู้ที่ไม่ได้เจ็บป่วยถ้าได้รับการนวดกระตุ้นฝ่าเท้าทั้งสองข้างเป็นประจำทุกวัน วันละ 10-20 นาที ก็จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง มีความต้านทานโรคเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก นิตยสาร LISA

spa3

คุณทราบไหมว่าการนวดกดจุดฝ่าเท้าช่วยบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆ ได้

เช่น ระงับอาการปวดหลัง ท้องอืด หรือช่วยให้หลับสบายขึ้น วิธีบำบัดนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการศึกษาวิจัยของ Complementary Therapies in Nursing and Midwifery เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า การนวดกดจุดฝ่าเท้าช่วยให้คนร้อยละ 30 นอนหลับสบายขึ้นขณะเดียวกันยังช่วยคนร้อยละ 23 ให้หายจากอาการปวดต่างๆ ได้ ผลการวิจัยยังพบอีกด้วยว่าร้อยละ 91 ของคนที่นวดกดจุดฝ่าเท้าบอกว่าการนวดดังกล่าวช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

การนวดฝ่าเท้าดีอย่างไร

ตามทฤษฎีกล่าวว่าเท้าของเราเหมือนจุดพักของร่างกาย เพราะเป็นที่รวมของจุดสิ้นสุดของเส้นปลายประสาทต่างๆ ที่วิ่งผ่านร่างกาย การนวดฝ่าเท้าคล้ายกับการฝังเข็ม เพราะเป็นการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่งโดยการใช้นิ้วมือหรือเครื่องมืออื่นๆ กด นวด กระตุ้นฝ่าเท้า รวมทั้งหลังเท้าและข้อเท้า ตามตำแหน่งพื้นที่สะท้อนอวัยวะนั้นๆ เพื่อปรับการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ให้กลับสู่สภาพสมดุลตามปกตินั่นเอง เนื่องจากมีจุดสะท้อนของอวัยวะภายในร่างกายที่ฝ่าเท้าและเท้า เช่น บริเวณนิ้วหัวแม่เท้าเป็นพื้นที่สะท้อนของศีรษะ เป็นต้น

การนวดกดจุดฝ่าเท้าจึงเป็นการช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตไปยังอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายดีขึ้นส่งผลให้มีการขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์และปรับสภาวะสมดุลของร่างกาย ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

การนวดกดจุดฝ่าเท้าเริ่มจากตรวจดูตำแหน่งที่มีปมใต้ผิวหนังบริเวณเท้า เรียกปมนี้ว่า “Crystalline” อยู่ใต้ผิวหนังลึกลงไป ถ้าอยู่ตรงตำแหน่งใดก็หมายถึงอวัยวะตามแผนผังบนฝ่าเท้านั้นมีปัญหา ซึ่งปมเหล่านี้เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บมาก แม้จะกดเบาๆ ก็ตาม การกดเพื่อรักษาจะใช้ขอบของนิ้วกดลงไปแล้วหมุนนิ้วตามเข็มนาฬิกา กดลงไปลึกๆ โดยไม่ทำให้เจ็บ แต่เน้นจุดนั้นเพียงสั้นๆ แล้วพัก

ในการนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรค ไม่ว่าจะนวดเพื่อรักษาโรคใดๆ ก็ตามจะต้องนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนของเส้นประสาทช่องท้อง (บริเวณกลางฝ่าเท้า) ก่อนทุกครั้งประมาณ 3-5 นาที เพราะจะทำให้ระบบประสาทภายในร่างกายเกิดอาการผ่อนคลายและช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นจากนั้นจึงนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนบริเวณอื่นๆ ตามต้องการต่อไประยะเวลาในการนวดกระตุ้นจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที อาจจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

จำนวนครั้งของการรักษาจะแตกต่างกันไป บางรายนวดเพียงครั้งเดียวอาการเจ็บป่วยก็อาจจะบรรเทาลงแต่บางรายอาจต้องนวดรักษาทุกวันติดต่อกันโดยทั่วๆ ไป ใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 10-12 วัน นอกจากจะนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคแล้วผู้ที่ไม่ได้เจ็บป่วยถ้าได้รับการนวดกระตุ้นฝ่าเท้าทั้งสองข้างเป็นประจำทุกวัน วันละ 10-20 นาที ก็จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง มีความต้านทานโรคเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก นิตยสาร LISA

Office syndrome…เลี่ยงได้ไม่ยาก

6 December 2013

AUTOR: admin

tags: Tags: , , ,

comments: Comment :0

spa1

อาการนี้แม้จะมีวิธีการรักษา แต่ก็ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย คงดีกว่าหาก Office syndrome จะไม่มารบกวนเรา เพราะฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรวมถึงอุปกรณ์บางอย่างเพื่อช่วยลดความเสี่ยงกับอาการนี้ให้น้อยลงดีกว่าครับ

ปรับพฤติกรรม

• กะพริบตาบ่อย ๆ

• เปลี่ยนท่าการทำงานทุก 20 นาที

• นั่งหลังตรงชิดขอบด้านในของเก้าอี้

• ยืดเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุก ๆ 1 ชั่วโมง

• พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุก ๆ 10 นาที

• วางข้อมือในตำแหน่งตรง ไม่บิด หรืองอข้อมือขึ้นหรือลง บ่อยหรือนานเกินไป

ปรับอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน

1. คอมพิวเตอร์ ตั้งจอคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดไว้ในแนวตรงกับหน้าควรให้จอคอมพิวเตอร์อยู่ในมุมที่เหนือกว่าระดับตาเล็กน้อยขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ ควรอยู่ระดับสายตา ในท่านั่งที่คุณรู้สึกสบาย ใช้เมาส์ โดยพักข้อศอกบนที่รองแขนและสามารถเคลื่อนไหวได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างเท่ากับความยาวแขน ซึ่งเป็นระยะที่อ่านสบายตา

2. โต๊ะ-เก้าอี้ ควรปรับให้ขอบของเบาะเก้าอี้ต่ำกว่าระดับเข่า ปรับให้มีช่องว่างระหว่างขอบเก้าอี้กับขาด้านหลังปรับที่วางคีย์บอร์ดให้อยู่ในระดับข้อศอก ทำมุม 90 องศา ปรับที่รองแขนให้อยู่ระดับข้อศอกและไหล่อยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย นั่งบนเก้าอี้ แล้ววางเท้าลงบนพื้น ให้ขาทำมุมประมาณ 90 องศา ปรับพนักพิงให้รองรับกับหลังส่วนล่าง ถ้าไม่สามารถทำได้ใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและอุปกรณ์หลักที่ต้องใช้แล้ว เราควรให้ความสำคัญเรื่องออกกำลังกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อและข้อ เช่น โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพราะเป็นการยืดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้ดี รวมถึงการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของสุขภาพและกล้ามเนื้อ เพียงเท่านี้…Office syndrome ก็จะไม่กล้ามารบกวนเราๆท่านๆให้วุ่นวายแล้วครับ

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก โรงพยาบาล สมิติเวช ศรีนครินทร์

spa1

อาการนี้แม้จะมีวิธีการรักษา แต่ก็ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย คงดีกว่าหาก Office syndrome จะไม่มารบกวนเรา เพราะฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรวมถึงอุปกรณ์บางอย่างเพื่อช่วยลดความเสี่ยงกับอาการนี้ให้น้อยลงดีกว่าครับ

ปรับพฤติกรรม

• กะพริบตาบ่อย ๆ

• เปลี่ยนท่าการทำงานทุก 20 นาที

• นั่งหลังตรงชิดขอบด้านในของเก้าอี้

• ยืดเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุก ๆ 1 ชั่วโมง

• พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุก ๆ 10 นาที

• วางข้อมือในตำแหน่งตรง ไม่บิด หรืองอข้อมือขึ้นหรือลง บ่อยหรือนานเกินไป

ปรับอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน

1. คอมพิวเตอร์ ตั้งจอคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดไว้ในแนวตรงกับหน้าควรให้จอคอมพิวเตอร์อยู่ในมุมที่เหนือกว่าระดับตาเล็กน้อยขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ ควรอยู่ระดับสายตา ในท่านั่งที่คุณรู้สึกสบาย ใช้เมาส์ โดยพักข้อศอกบนที่รองแขนและสามารถเคลื่อนไหวได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างเท่ากับความยาวแขน ซึ่งเป็นระยะที่อ่านสบายตา

2. โต๊ะ-เก้าอี้ ควรปรับให้ขอบของเบาะเก้าอี้ต่ำกว่าระดับเข่า ปรับให้มีช่องว่างระหว่างขอบเก้าอี้กับขาด้านหลังปรับที่วางคีย์บอร์ดให้อยู่ในระดับข้อศอก ทำมุม 90 องศา ปรับที่รองแขนให้อยู่ระดับข้อศอกและไหล่อยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย นั่งบนเก้าอี้ แล้ววางเท้าลงบนพื้น ให้ขาทำมุมประมาณ 90 องศา ปรับพนักพิงให้รองรับกับหลังส่วนล่าง ถ้าไม่สามารถทำได้ใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและอุปกรณ์หลักที่ต้องใช้แล้ว เราควรให้ความสำคัญเรื่องออกกำลังกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อและข้อ เช่น โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพราะเป็นการยืดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้ดี รวมถึงการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของสุขภาพและกล้ามเนื้อ เพียงเท่านี้…Office syndrome ก็จะไม่กล้ามารบกวนเราๆท่านๆให้วุ่นวายแล้วครับ

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก โรงพยาบาล สมิติเวช ศรีนครินทร์

Leave a Reply